312014ก.ค.
โรคปวดหลัง

โรคปวดหลัง

โรคปวดหลัง Musculotendinous Strain

ลักษณะทั่วไป

โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการปวดหลังพบได้ตั้งแต่วัยหนุ่ม  สาวเป็นต้นไป   เป็นภาวะที่ไม่มีอันตรายร้ายแรงและมักจะหายได้เอง แต่อาจเป็นๆ หายๆ   เรื้อรังได้   สาเหตุ  มักเกิดจากการทำงานก้ม ๆ เงยๆ ยกของหนัก นั่ง ยืน นอน    หรือยกของในท่าที่ไม่ถูกต้อง  ใส่รองเท้าส้นสูงมากเกินไปหรือนอนที่นอนนุ่มเกินไป ทำให้เกิดแรงกดตรงกล้ามเนื้อสันหลัง  ส่วนล่างซึ่งจะมีอาการเกร็งตัว   ทำให้เกิดอาการปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง คนที่อ้วน   หรือ  หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ก็อาจมีอาการปวดหลังได้เช่นกัน

อาการ

ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง (ตรงบริเวณกระเบนเหน็บ) ซึ่งอาจเกิดขึ้นเฉียบพลัน หรือค่อยเป็นทีละน้อยอาการปวดอาจเป็นอยู่ตลอดเวลา หรือปวดเฉพาะในท่าบางท่า การไอ  จาม หรือบิดตัวเอี้ยวตัวอาจทำให้รู้สึกปวดมากขึ้น โดยทั่วไปผู้ป่วยจะแข็งแรงดีและไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย

การรักษา

  1. สังเกตว่ามีสาเหตุจากอะไร แล้วแก้ไขเสียเช่น ถ้าปวดหลังตอนตื่นนอน ก็อาจเกิดจากที่นอนนุ่มไป หรือนอนเตียงสปริงก็แก้ไขโดยนอนบนที่แข็งและเรียบแทนถ้าปวดหลังตอนเย็น ก็มักจะเกิดจากการนั่งตัวงอตัวเอียง หรือใส่รองเท้าส้นสูงก็พยายามนั่งให้ถูกท่า หรือเปลี่ยน เป็นรองเท้าธรรมดาแทน ถ้าอ้วนไปควรพยายามลดน้ำหนัก
  2. ถ้ามีอาการปวดมาก ให้นอนหงายบนพื้นแล้วใช้เท้าพาดบนเก้าอี้ให้เข่างอเป็นมุมฉาก สักครู่หนึ่งก็อาจทุเลาได้หรือจะใช้ยาหม่อง หรือน้ำมันระกำทานวด หรือใช้น้ำอุ่นประคบก็ได้ ถ้าไม่หายก็ให้ยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน, พาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ดจะกินควบกับ ไดอะซีแพมขนาด 2 มก.ด้วยก็ได้ ถ้ายังไม่หายอาจให้ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น เมโทคาร์บา มอล ,คาริโซม่า ครั้งละ 1 เม็ด ซ้ำได้ทุก 6-8 ชั่วโมง  ผู้ป่วยควรนอนที่นอนแข็ง และหมั่นฝึกกายบริหารให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง
  3. ถ้าเป็นเรื้อรัง หรือมีอาการชาที่ขาหรือขาไม่มีแรง อาจเกิดจากสาเหตุอื่น ควรแนะนำ ผู้ป่วยไปโรงพยาบาล อาจต้องเอกซเรย์หลัง หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ และให้การรักษาตาม สาเหตุที่พบ

ข้อแนะนำ

อาการปวดหลังแบบนี้เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในหมู่ชาวไร่ชาวนากรรมกรที่ทำงานหนัก และใน  หมู่คนที่ทำงานนั่งโต๊ะนาน ๆ  ซึ่งมักจะเข้าใจผิดว่าเป็นอาการของโรคไต โรคกษัย  และซื้อ  ยาชุด ยาแก้กษัย  หรือยาแก้โรคไต  กินอย่างผิด ๆ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดโทษได้  ดังนั้น  จึงควรแนะนำชาวบ้านเข้าใจถึง สาเหตุของอาการปวดหลัง  และควรใช้ยาเท่าที่จำเป็น  โดยทั่วไปการปวดหลังเนื่องจากกล้ามเนื้อมักจะปวดตรงกลางหลังส่วนโรคไตมักจะปวดที่สีข้าง   และอาจมีไข้สูง หนาวสั่นหรือปัสสาวะขุ่นหรือแดงร่วมด้วย

การป้องกัน โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยระวังรักษาท่านั่งท่ายืน ท่ายกของ ให้ถูกต้อง หมั่นออกกำลัง  กล้ามเนื้อหลังเป็นประจำ  และนอนบนที่นอนแข็ง